โรคและแมลงศัตรูลีลาวดี

Published กุมภาพันธ์ 1, 2012 by nussaba20050

โดยทั่วไปลีลาวดีเป็นพืชที่มักมีศัตรูพืชไม่มากนัก แต่ที่พบเป็นปัญหามากที่สุดได้แก่ โรคราสนิม และเพลี้ยแป้ง

1.โรคราสนิม พบมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่มีอากาศชื้น และเย็น โดยสังเกตได้จากด้านใต้ใบจะพบเชื้อรามีลักษณะ ฝุ่นผงสีเหลืองส้มคล้ายสนิม กระจายอยู่ทั่วใบ หากระบาดมากใบจะเหลืองและร่วง หากไม่ได้รับการดูแลหรือป้องกันกำจัด อาจทำให้ต้นตายได้ เพราะใบที่เป็นโรคจะสังเคราะห์แสงไม่ได้ จึงไม่มีอาหารไปเลี้ยงต้น

การป้องกันกำจัด

  • กำจัดโดยตัดใบที่เป็นโรคทิ้งไป และห้ามทิ้งไว้บริเวณนั้น เพราะสปอร์ของเชื้อราจะแพร่กระจายไปกับลม ทำให้เกิดการระบาดของโรคกับต้นเดิม และต้นอื่นๆได้อีก จึงควรนำใบที่เป็นโรคใส่ถุงทิ้งไป หรือ นำไปเผาไฟทำลาย
  • ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ซาพรอล (ไตรโฟรีน) อัตรา 10 ซีซี (2 ช้อนชา) ผสมกับน้ำ 5 ลิตร  แล้วนำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน จนไม่พบโรค โดยสังเกตุจากใบใหม่ที่ไม่เป็นโรค

Tips : เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ควรผสมสารจับใบ เทนชั่น ที-7  อัตรา 2 ซีซี (1/2 ช้อนชา) ร่วมด้วย

 

2.เพลี้ยแป้ง  เป็น แมลงศัตรูขนาดเล็ก อ้วน สั้น ลำตัวจะถูกปกคลุมไปด้วยผงสีขาวทั้งตัวเพลี้ยแป้งทั้งตัวอ่อน และตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ยอดอ่อน และลำต้น ทำให้ใบ และยอดหงิก หากระบาดมากจะทำให้ต้นโทรม เพลี้ยแป้งจะถ่ายมูลที่เป็นน้ำหวานเพื่อล่อให้มดมากิน และนำเพลี้ยแป้งคลื่อนย้านไปยังที่ต่างๆ น้ำหวานนี้ยังทำให้เกิดราดำเปรอะเปื้อนบนต้นอีกด้วย

การป้องกันกำจัด

  • สำหรับลีลาวดีกระถาง ขนาด 10-15 นิ้ว โรย สตาร์เกิล จี อัตรา 20 กรัม  (2 ช้อนโต๊ะ) บนผิวดินในกระถาง แล้วรดน้ำตาม
  • สำหรับลีลาวดีที่ปลูกลงดิน  ความสูงตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป  โรย  สตาร์เกิล จี อัตรา 50 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ) ต่อความสูงของต้นทุก 1 เมตร เช่น ถ้าต้นลีลาวดี สูง 2 เมตร โรย สตาร์เกิล จี อัตรา 100 กรัม (10 ช้อนโต๊ะ)  รอบโคนต้น จากนั้นรดน้ำตาม ประมาณ 3-5 วัน ถัดมา  ให้สังเกตตรงส่วนที่เพลี้ยแป้งเข้าทำลาย โดยเขี่ยดูจะพบเพลี้ยแป้งแข็งตายอยู่ที่เดิม

สำหรับต้นลีลาวดีที่ปลูกลงดิน

Published กุมภาพันธ์ 1, 2012 by nussaba20050

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่ม 2-3 เมตร ควรโรย ออสโมโค้ท สูตร 14-14-14 อัตรา 100-120 กรัม (10-12 ช้อนโต๊ะ) รอบๆ ทรงพุ่ม เพราะบริเวณทรงพุ่มเป็นบริเวณที่มีรากฝอยอยู่ทำให้สามารถ ดูดธาตุอาหารจากปุ๋ยออสโมโค้ทได้ดี

การเลือกซื้อลีลาวดี

Published กุมภาพันธ์ 1, 2012 by nussaba20050
  • ดอก  ดอกต้องโตไม่แคระแกร็น ฟอร์มของดอกดก  ดอกบานได้รูป  ทั้งนี้ต้องศึกษาลักษณะดอกของสายพันธุ์นั้นๆ ที่เราต้องการด้วย
  • กลิ่น  ลีลาวดีในแต่ละสายพันธุ์  มักมีกลิ่นที่ต่างกันไป เช่น ลีลาวดี พันธุ์ขาวพวง  จะมีกลิ่นหอมเย็น
  • ใบ  ใบต้องมีความสมบูรณ์  อวบอิ่ม มันเงา  หากมีใบมากเกินไป กิ่งอาจหักได้ และอาจไม่ออกดอก
  • ลำต้น  ควรมีลำต้นที่สมบูรณ์อวบอิ่ม พื้นผิวของลำต้นถ้าอายุของต้นมากจะมีพื้นผิวที่ขรุขระมาก ซึ่งอาจมีราคาที่ค่อนข้างสูงตามไปด้วย

ความเชื่อ

Published กุมภาพันธ์ 1, 2012 by nussaba20050

คนโบราณมีความเชื่อว่า ต้นลั่นทมนั้น ไม่ควรปลูกในบ้าน ด้วยมีชื่ออัปมงคล คือไปพ้องกับคำว่า ระทม ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ, จึงได้มีการเรียกชื่อเสียใหม่ให้เป็นมงคล ว่า ลีลาวดี ทั้งนี้ไม่ได้มีการกำหนดเปลี่ยนชื่อแต่อย่างใด[ต้องการอ้างอิง]

ดอกลีลาวดี

ลีลาวดี ถ้าแปลตามความหมายตามอักษรแล้ว ก็คือต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย ไม้นี้เดิมเรียก ลั่นทม เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อน ที่เห็นทั่วๆไปมีดอกสีขาว แดง ชมพู ชื่อเดิมของพันธุ์ไม้นี้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำนี้ มาจากคำว่า ระทม ซึ่งหมายถึงความเศร้าโศก จึงไม่เป็นที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านหรือที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามมีผู้มีความรู้ด้านภาษาไทยกล่าวถึงคำว่า ลั่นทม ว่า ลั่นทมที่เรียกกันแต่โบราณ หมายถึง การละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข ดังนั้นคำว่า ลั่นทม แท้จริงแล้วเป็นคำผสมจาก ลั่น+ทม โดยคำแรกหมายถึง แตกหัก ละทิ้ง และคำหลังหมายถึงความทุกข์โศก [ต้องการอ้างอิง]

มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของลั่นทมในลักษณะต่าง ๆ กัน อย่างไรก็ตามพันธุ์ไม้นี้ตามหลักสากลมีชื่อว่า ฟรังกีปานี (frangipani) และเรียกกันทั่วไปว่า พลูมมีเรีย (plumeria)

การขยายพันธุ์

Published กุมภาพันธ์ 1, 2012 by nussaba20050

ขยาย พันธุ์โดยการเพาะเมล็ด,การปักชำกิ่งการขยายพันธุ์แบบนี้จะไม่มีรากแก้ว,การ เสียบยอดพันธุ์ดีสามารถทำให้ในหนึ่งต้น เสียบยอดให้ได้ดอกหลายสีได้ ,และการขยายพันธุ์โดยการติดตา